เป็นบริษัทของคนไทย จะดีจริงหรือเปล่า

เป็นบริษัทของคนไทย สินค้าผลิตในประเทศไทย จะดีจริงหรือเปล่า
บริษัทเพิ่งเปิดไม่นาน?

        ในเรื่องแรกเลยที่
อาจมีคนพูดถึงเรื่องการที่บริษัท
Aimstar
network
เป็นบริษัทเครือข่ายของคนไทย
จะไปสู้บริษัทยักษ์ใหญ่จากต่างประเทศได้อย่างไร ทั้งเรื่องของสินค้า และแผนการตลาด
อันนี้ขอตอบง่ายๆเลยว่าไม่แน่เสมอไปว่าบริษัทต่างชาติจะประสบความสำเร็จมากกว่าบริษัทของไทย
ความจริงวันนี้ในประเทศไทยเราเอง ก็มีบริษัทเครือข่ายหลายร้อยบริษัทเลยทีเดียว
ทั้งบริษัทของประเทศไทยเองและของต่างชาติ
ถ้าจะถามว่าบริษัทไหนประสบความสำเร็จมากน้อยกว่ากัน
ก็ต้องดูกันหลายๆปัจจัยแต่ปัจจัยที่สามารถดูได้ง่ายสุดก็ดูจากยอดขาย
ก็อาจพอวัดได้บางส่วน จากข้อมูลล่าสุด ปี 49
บริษัทขายตรงที่มียอดขายสูงสุดในประเทศไทย ก็คือ แชมป์ บริษัท
Amway
นั่นเอง ซึ่งเป็น บริษัท สหรัฐ แต่ อันดับ 2-5
นั่นเป็น บริษัทของไทยทั้งสิน
ยอดขายแซงหน้าบริษัท
ต่างชาติยักษ์ใหญ่อย่าง
Nuskin และ Herberlife ซะอีก
ดังนั้นจะตัดสินง่ายๆว่าบริษัทคนไทยสู้ต่างชาติไม่ได้ก็คงไม่ใช่
เพราะในปัจจุบันบริษัทคนไทยที่มีคุณภาพก็มีหลายบริษัท
แต่ถึงอย่างไรจะดูบริษัทว่าดีหรือไม่นั้น
จะดูจากยอดธุรกิจอย่างเดียวก็คงไม่ได้เช่นกัน
เพราะว่ายังมีปัจจัยอื่นๆประกอบอยู่หลายอย่าง เช่น วิสัยทัศน์ของผู้ก่อตั้ง
แผนการตลาด สินค้า วัฒนธรรมองค์กร
  กฎระเบียบจรรยาบรรณ และอื่นๆ
อีกมากมายครับ

    
ในส่วนของสินค้า
การที่มีสินค้าที่ผลิตในประเทศ แล้วจะมีคุณภาพน้อยกว่า
ของบริษัทอื่นเลยหรือเปล่า
ตรงนี้ถ้าจะให้ตอบตรงๆ
ต้องมาถามตัวเองว่า ตัวเราได้ใช้สินค้าด้วยตัวเองแล้วหรือยัง
?
ถ้ายังถึงแม้จะมีข้อมูลมากเพียงไรก็คงตอบได้แบบเกร็งๆ
ว่าไม่รู้มันจะดีจริงหรือเปล่า แต่ถ้าถามจากตัวผมเอง ก่อนที่จะตัดสินใจทำธุรกิจนี้
หลังจากที่ผมฟังทุกอย่างจบหมด แล้วคิดว่าน่าจะลองทำธุรกิจนี้ดู
สิ่งแรกที่ต้องพิสูจน์ก่อนที่จะลงมือทำก็คือเรื่องคุณภาพของสินค้านี่แหละว่ามันจะดีจริงหรือเปล่า
?
เลยได้ลองซื้อสินค้ามาใช้ดู ในหลายๆ หมวด หมู่ด้วยกัน ทั้ง ส่วนของ
ASNI บำรุงผิวลองหมดทุกตัว Vital
Star
ลองซื้อมาทานหมด และส่วนของใช้ในครัวเรือน
และของใช่ส่วนตัวลองซื้อมาใช้บางตัว และลอง ทดสอบกับคนรอบข้างบางคนด้วย
เป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ปรากฎว่า มัน
Ok มากๆ
ในเรื่องของสภาพผิวหน้าของตัวเอง และหลายๆคนที่ดีขึ้น ทั้งเรื่อง กระ หรือเรื่องสิว
และไม่เกิดผลข้างเคียงด้วย ส่วน น้ำมันรำข้าวจมูกข้าวก็เห็นผลใน
หลายๆคนทั้งเรื่องภูมิแพ้ และอาการปวดศีรษะ ดังนั้นผมจึงคิดว่า สินค้ามีคุณภาพจริงและสามารถพูดด้วยความเชื่อมั่น
จากข้อมูล ต่อไปนี้

    
ปัจจัยต่อมา เรื่องแผน
ถ้าเรายิ่งทำยิ่งสำเร็จ คนที่เราชวนมาก็เกิดรายได้ ถามว่าองค์กรเราจะมั่นคงหรือเปล่า
? มั่นคงแน่นอน
เพราะมีคนที่ประสบความสำเร็จและเกิดรายได้หลายคน
คนที่มีรายได้โอกาสที่เค้าจะเลิกก็มีน้อย
เราก็จะสามารถหยุดพักได้มากกว่าการที่ไม่มีคนในองค์กรสำเร็จเลย
 
ริงๆบริษัทเครือข่ายหลายๆ
บริษัทที่เปิดมาเกิน 10-20
ปีแล้วแน่นอนในส่วนตัวบริษัทผ่านการพิสูจน์มาแล้วมีความมั่นคงแน่
แต่ถ้าถามว่าตัวนักธุรกิจที่ทำมีความมั่นคงทุกคนไหม
?
อันนี้ผมกล้าตอบเลยว่าไม่ทุกคน
มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่เค้าใช้ในการดำเนินธุรกิจ
แล้วแผนธุรกิจของธุรกิจเราดีอย่างไร
? ข้อดี คือสามารถที่จะสร้างรายได้
ในช่วงแรกได้ไม่น้อยจนเกินไป ทำให้มีกำลังใจในการดำเนินธุรกิจต่อ
แต่อาจไม่ได้มากเกินเหมือนบางบริษัทที่ได้มากช่วงแรกแล้วก็ค่อยๆดิ่งลงอย่างนี้ก็ไม่
Work ข้อต่อมาแผนเราสนับสนุนให้ช่วยให้ทีมงานให้มีรายได้จริงๆ
เราจะมีรายได้
Matching ที่มากก็ต่อเมื่อ
คนที่เราชวนมีรายได้มากโดยคิดจากรายได้จริงของคนที่เราชวน ไม่ใช่จากยอดธุรกิจของเค้า
เพราะถ้าคิดจากยอดบางที คนนั้นอาจมีรายได้น้อยก็ได้
 
ดังนั้นจึงมีความคุ้มค่าและทำให้อยากช่วยเหลือผู้คนจริงๆ อีกข้อนึงที่ดีคือ
แผนธุรกิจนี้ เป็นแผนที่ ทำให้เกิดการบริโภคตามจริง ไม่ใช่
Demand
เทียม คือซื้อ ปิดยอด หรือ ปิดตำแหน่งที่สูงขึ้น จนเกิดการ Stock
สินค้า แผนเราสนับสนุน ให้เกิดเครือข่ายผู้บริโภค จริงๆจะมีลูกค้าก็มีเพียง แค่ 3-5 ราย
สร้างยอดขายเดือนละ 3000 บาท ก็ประสบความสำเร็จได้
และสร้างความมั่นคงได้

    
ต่อมาในส่วนของการผลิต
ของเราจะใช้หลัก
Outsource คือหมายความว่า
ถ้าวันนี้มีสถาบันใดมีการคิดค้นสูตรต่างๆ ในการผลิตสินค้าที่ดีออกมาแล้วเค้ามีการขายสูตรเราก็จะทำการไปซื้อสูตรเหล่านั้นมา
หรือโรงงานใดผลิตสินค้าใดได้ดีเราก็จะไปจ้างโรงงานนั้นผลิต
เหตุผลที่ทำอย่างนี้เพราะ ทางผู้ก่อตั้งมีความเชื่อว่า
ไม่มีโรงงานใด หรือบริษัทใด สามารถผลิตสินค้า ทุกตัวออกมาดีได้หมด

แต่ละบริษัทแต่ละโรงงานจะมีจุดเด่นต่างกันออกไป เช่นบริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับยาอย่าง
Pfizer เป็นบริษัทยาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก สามารถผลิต ลิสเตอรีล
Viagra ได้ดีที่สุดแต่ก็ไม่สามารถผลิต ยาพาราเซตามอล ได้ดีเท่า
ไทลินอล ของ บริษัท
Jensen ซึ่งถือเป็นบริษัทยาอันดับ 5 
 ของโลก

   
เรื่องวัตถุดิบถ้าต้องการขนแปรงคุณภาพดี
ก็ต้องใช้ขนแปรงจากเยอรมัน
ถ้าต้องการหัวน้ำหอมชั้นดีก็ต้องจาก
ฝรั่งเศส
ถ้าต้องการข้าวก็ต้องข้าวจากประเทศไทย เป็นต้น
เพราะฉะนั้นแต่ละที่ก็จะโดดเด่นต่างกัน แต่ของบริษัทเราจะรวมของที่เด่นๆ
ที่เค้ามีทั่วโลกเอามารวมกันที่เดียวที่
Aimstar
network
ดังนั้นเราจึงมั่นใจว่าเรามีสินค้าที่ดีและทันสมัยตลอดเพราะถ้ามีที่ไหนมีสูตรใหม่ออกมาอีกเราก็จะทำการ
Update สินค้าตลอด และทำการต่อยอดของผลิตภัณฑ์นั้นขึ้นไปอีก
อย่างในส่วนของ
ASNI คือเครื่องสำอางบำรุงผิว เราก็ได้ซื้อสูตรที่ได้รับรางวัล Nobel จากนักวิทยาศาสตร์ชาว
France
ในส่วนของสาร GP4G
ที่มีในเครื่องสำอางชื่อดังหลายชนิด เช่น
Lamer
และเราก็ทำการต่อยอดผลิตภัณฑ์ ด้วยการเติมสารบางอย่างลงไป
 เช่นน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวที่จะช่วยให้ผิวมีความชุ่มชื่นขึ้น
และลดอาการอักเสบได้ทำให้สินค้าก็มีความโดดเด่นขึ้นมาอีก ในส่วนของ แผ่นฟิลม์ซับมัน
เราก็ผลิตที่ญี่ปุ่น
เพราะถือว่าญี่ปุ่นผลิตได้ดีที่สุด
หัวปั้มที่กดสบู่เราก็นำเข้าเช่นกัน

      ส่วนเรื่องโรงงานที่ใช้ในการผลิตสินค้านั้น
เมื่อเราศึกษาดีๆจะพบว่าปัจจุบัน มีสินค้าหลายๆยี่ห้อมาก
ที่เป็นสินค้าของต่างชาติแต่ทำการผลิตในประเทศไทยได้ เช่น ของใช้อุปโภค บริโภค
บางคนอาจคิดว่า ผงซักฟอก บรีส ยาสีฟัน คอลเกต
เป็นสินค้าของคนไทยเพราะได้ยินชื่อมานาน ความจริงสินค้าเหล่านี้เป็นของต่างประเทศแต่มาผลิตในประเทศเรา
และอื่นๆ เช่น เครื่องสำอาง
Shisedo
ก็เครื่องสำอางญี่ปุ่น รถ Benz ก็ผลิตในประเทศไทย
เพราะจริงๆสินค้าที่ผลิตในประเทศก็สามารถมีคุณภาพดีได้
ถ้าคนที่จ้างผลิตกล้าใช้ต้นทุนที่สูงก็จะได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ
แต่ที่หลายๆคนคิดว่าสินค้าที่ผลิตในประเทศของคนไทยเองไม่ค่อยมีคุณภาพ
เป็นเพราะผู้ที่จ้างผลิต มักจะควบคุมค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการผลิต
เพื่อให้ได้มาซึ่งกำไรที่มากนั่นเอง
ทำให้สินค้าหลายๆชนิดเลยมีคุณภาพที่ไม่ดีเท่าที่ควร
แต่ถ้ากล้าทุ่มทุนแรงงานไทยก็สามารถผลิตสินค้าที่ดีไม่แพ้ต่างชาติได้ อย่าง
โรงงานที่ผลิตน้ำมันรำข้าวจมูกข้าว เราก็ได้ โรงงานไทยร่วมใจ ผลิตให้ซึ่งโรงงานนี้ถือว่าเป็นโรงงานที่ผลิตน้ำมันรำข้าวที่มีคุณภาพดีที่สุด
และมีกำลังการผลิตสูงที่สุด มากกว่าที่ญี่ปุ่น และสหรัฐ สามารถผลิตรวมกันอีก
โดยจุดเด่นของน้ำมันรำข้าวเราสามารถสกัด เอาสาร
Hexane
ซึ่งเป็นตัวทำละลายในขั้นตอนการสกัดน้ำมันรำข้าว เราก็สามารถสกัด
Hexane
ออกได้หมด
ซึ่งไม่มียี่ห้อใดสามารถทำได้
และตัว แพกเก็จ หรือขวดที่บรรจุ
ผลิตภัณฑ์
Vital star
เราก็ใช้ พลาสติกคุณภาพซึ่งมีความหนา และทนทาน ซึ่งไม่มีขวดอาหารเสริมยี่ห้อใด ใช้
แพกเก็จคุณภาพขนาดนี้ (
อาจลองให้เพื่อนลองบีบขวดน้ำมันรำข้าวดูจะมีความแข็งแรงและหนามาก)
และสินค้าในหมวดของใช้ในบ้านและส่วนตัว ก็ยังสามารถที่จะนำมา
สาธิตให้เห็นถึงคุณภาพและความประหยัดได้อีกด้วย
ดังนั้นทั้งหมดนี้น่าจะสามารถให้ความมั่นใจกับตัวเรา
และสามารถที่จะนำข้อมูลบางส่วนไปใช้อธิบายให้เพื่อนๆ ฟังได้
แต่สุดท้ายเราอาจบอกเพื่อนได้ว่า สำคัญที่สุดคือสินค้าจะมีเทคโนโลยีอย่างไร
หรือจะการผลิตดีจากต่างประเทศอย่างไร แต่ถ้าเราไม่สามารถที่จะซื้อได้ (
คือมีราคาแพงเกินกำลัง ) ก็จะถือว่าเป็นสินค้าที่ไม่มีประโยชน์กับตัวเราเลย
ตรงกันข้ามต่อให้สินค้า ผลิตที่ไหนก็แล้วแต่
แต่เราสามารถที่มีกำลังซื้อได้และเราใช้แล้วเห็นผล ทั้งในส่วนของสุขภาพและความงาม
ผมก็ถือว่ามันก็เป็นสินค้าที่ดีและเหมาะกับตัวเราจริงไหมครับ
?

    
สุดท้ายเรื่องความมั่นคงของบริษัท
อาจเป็นเพราะมีหลายคนเห็นว่ามีบริษัทขายตรงหลายๆบริษัทเปิดมาได้ไม่นานก็ต้องปิดตัวไป
ก็เลยคิดว่าบริษัท
Aimstar network
 ที่เพิ่งเปิดไม่กี่ปี
จะมีความมั่นคงได้อย่างไร
?

จริงๆวันนี้ไม่ใช่เฉพาะธุรกิจเครือข่าย
ไม่ใช่แค่บริษัทขายตรงที่ดำเนินกิจการได้ไม่กี่ปีก็ต้องเจ๊ง โดยเฉลี่ย ใน 100
บริษัทที่เปิดมา จะมีบริษัทที่ ปิดตัวไปภายใน 5 ปี เกือบ 90 บริษัท และ อีก 5
บริษัทอาจปิดตัวภายใน 10 ปี บริษัทที่เหลือคือบริษัทที่อยู่ได้เกิน 10 ปี
ในทุกๆกิจการ ดังนั้นการที่มีบริษัทขายตรงจำนวนมากที่ปิดกิจการ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ก็เหมือนกับธุรกิจอื่นๆทั่วไป ดังนั้นการที่จะมีบริษัทเปิดใหม่
ทั้งธุรกิจทั่วไปหรือขายตรงที่เพิ่งเปิด 1-3 ปี แล้วจะบอกว่าไม่มั่นคง หรือจะเจ๊ง
จริงๆ ก็จะตัดสินอย่างนี้เลยไม่ได้หรอกมัน
เพราะต้องดูที่ปัจจัยหลายๆอย่างเป็นองค์ประกอบด้วย อย่างปัจจุบัน หลายๆคนคงรู้จัก
Google กันดี เราทราบหรือเปล่าครับว่า วันที่ Google
เปิดตัววันแรก ประมาณปี 1998 ด้วยพนักงานแค่ 3 คน และเงินทุนเพียง 1
ล้านเหรียญสหรัฐ จะมีใครกล้าคิดว่า
Google ปัจจุบันจะโตวันโตคืน
แซงหน้ายักษ์ใหญ่ในโลก
Internetและเทคโนโลยีอย่าง Yahoo
และไล่เบียด
Microsoft ได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพียงแค่ 12 ปี
นับถึงวันนี้ ถามว่าเพราะอะไร ก็ตอบว่าเป็นเพราะ วิสัยทัศน์ ของ 2 ผู้ก่อตั้ง
ซึ่งปัจจุบัน อายุ แค่ 30 กว่าๆ
ก็เป็นเศรษฐีหน้าใหม่ที่อายุน้อยที่สุดในสหรัฐไปแล้ว
แล้ววันนี้ถ้าจะมีใครมาบอกว่าบริษัทที่เพิ่งเปิดมาไม่ถึง 10 ปี
แล้วไม่มั่นคงผมว่าเรามองแค่ปัจจัยเดียวคือเรื่องเวลาเกินไป
เพราะจริงๆบริษัทเครือข่ายที่มีอายุ เกิน 10-20 ปี
ก็ต้องมีปีแรกที่เพิ่งเปิดทุกบริษัทเหมือนกันเพียงแต่ที่อยู่มาได้นานนั้นเพราะว่าต้องมีองค์ประกอบอื่นๆด้วยเช่นกัน
ถ้าวันนี้จะถามว่ามั่นใจ
Aimstar ได้อย่างไรก็คงตอบว่า เชื่อ
ในวิสัยทัศน์ ของผู้ก่อตั้ง และ เชื่อใน
Upline
ที่ประสบความสำเร็จให้เราเห็น
 แต่ถ้าวันนี้มีใครที่มาถามผมว่าจะมั่นใจได้ไหนว่าบริษัท
Aimstar จะมั่นคงแค่ไหน อีก 10 ปีมันจะปิดตัวไหม
ผมก็จะตอบอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า ผมก็ไม่รู้หรอกว่าอนาคตมันจะ เจ๊งหรือเปล่า
?
แต่วันนี้ผมคิดว่าบริษัทนี้ดี
มีองค์ประกอบหลายๆอย่างครบและน่าร่วมงานด้วยแค่นั้นเอง